Profil de kwangvinkwangvin intPhotosBlogListes Outils Aide

kwangvin zaaaa

Occupation
black girl
6 septembre

รับ ปริญญา

งานรับปริญญา จะเห็นหน้าใครบ้างว้า ....มากานให้ครบนะเฟ้ย มางานไม่ได้ ก็มากิน 555 ....วันนั้น ไอ้ออน ในแต่งตัวเก้ออ่ะ มันนึกว่าวันอาทิตย์ที่ 3  โทรหาให้วุ่น โทรหาเราก็ไม่ติดอ่ะ มิสคอล 24 สาย และมันก็โทรหาติ๊ดตี่ กะปลา โห กว่าจะรู้เรื่อง ไอ้ออนแต่งตัวเสร็จ แว้ว เกือบมาเก้อซะและไอ้โก่ง...ใครไม่มาก็จาจำไว้ แต่ถ้าติดธุระก็ ส่งแมสเสจ รึโทรมาหน่อยนะว๊อย ถ้าไม่โทรมาเด่วจะโทรไปเอง 5555555

เฮ้ย ไม่ได้เป็นไร แค่นึกถึง พวกแกทั้งหลาย เหงาหู

ป่าวเป็นไรนะ ว๊อย ช่วงนี้กำลังเซ็ง พวกเอ็งก็ไม่ค่อยโทรมาแต่ก็อย่างว่า เพิ่งเจอ เมื่อไหร่ผลสอบจะออกว้า  แหมไม่เคย้ป็นกานไง อยู่ ๆ ก็มาเจอกันอ่ะ
5 septembre

อยากให้อ่านเพื่อจะได้เข้าใจ...

วันหนึ่ง...หากเรามีโอกาสได้เจอสิ่งที่ถูกใจสิ่งใหม่
ที่เราคิดว่าเราพึงใจ...ปรารถนา...ต้องการ...ขาดไม่ได้

เราก็จะเริ่มผูกพันกับสิ่งใหม่ได้ในเวลาไม่นานนัก..


เมื่อเวลาหนึ่งผ่านไป จะสอนเราได้เองว่า

...
ความผูกพันกับสิ่งใดๆในช่วงเวลาหนึ่ง

จะเป็นความสุขในช่วงเวลานั้น ๆ อย่าได้ไปยึดติด

อย่าได้ไปใช้ชีวิตทั้งชีวิตลุ่มหลง...

คิดเสียว่า...เราโชคดี...ที่มีโอกาสได้ผูกพันกับสิ่งที่เรารัก


ความผูกพัน...ก็เหมือนกับความรัก...

หรืออาจจะเป็นผลพวงที่มาจากความรัก

หากเรารักใครคนใดคนหนึ่งมาก

เราก็จะรู้สึกว่าผูกพันมาก

แต่ความผูกพันที่ว่า... ไม่ได้หมายถึงการหยุดตัวเอง ไว้กับสิ่งนั้นๆ

...
เพราะคนเราทุกคนย่อมผูกพันกับหลายๆสิ่ง

เปรียบเสมือน เรามีแก้วนำอยู่หนึ่งใบ
ในยามเช้า...เราอาจต้องใช้แก้วใบนี้ดื่มนม
พออากาศร้อนหน่อย...เราอาจต้องการน้ำเย็น ๆ
บางครั้งที่เราไม่สบาย...เราอาจต้องการน้ำอุ่น

ใจเราก็เหมือนกับแก้วน้ำ...
ต้องเติมสิ่งต่าง ๆ ในเวลาที่แตกต่างกัน...ตามความเหมาะสม

หากเราเติมน้ำเย็นลงไปในแก้วน้ำ
แล้วเติมน้ำร้อนลงไปในทันที ในแก้วใบเดียวกัน
เราก็จะพบว่า...แก้วใบนั้น...ก็จะร้าว...แล้วเริ่มแตก ซึ่งก็เหมือนกับใจเรา...

ความผูกพันต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใดในช่วงเวลาหนึ่ง...ไม่ผิด
ถ้าเราค่อยๆปรับใจ...ปรับตัวของเราเอง...ให้กลับคืนในเวลาที่ควร
เพราะอย่างน้อยที่สุด...เราก็มีโอกาส...ได้ผูกพัน...
ซึ่งก็เหมือนเรามีโอกาส...ได้รัก นั่นเอง

ถ้าคุณมีความสุขที่เห็นเค้าเดินกับคนอื่น ...คือ...ความรัก
ถ้าคุณเศร้า...เหงา...คิดถึงเค้า...อยากเจอ...อยากพูดคุย ...คือ...ความรัก

ถ้าคุณร้อนรนที่เค้าอยู่กับใครๆที่ไม่ใช่คุณ ...คือ...ความใคร่
อยากเก็บไว้เป็นเจ้าของคนเดียว

ถ้าคุณเมามาย...เค้าลูบหลังไหล่...ดูแล ...คือ...ความรักที่บริสุทธิ์ใจ
ถ้าคุณเมามาย...เค้ากอดและสัมผัสร่างกาย ...คือ...ความใคร่จากเค้าของคุณ

ถ้าคุณเข้าหา...แต่เค้าหนี... ...คือ...ความใคร่ ที่หมดเยื่อใยแล้ว
ถ้าคุณหนี...แต่เขาวิ่งตามมา... ...คือ...ความรักที่ยังไม่มีจุดจบ

ถ้าคุณร้องไห้...ให้กับคนที่ไม่มีเยื่อใยในตัวคุณ ...คุณคือ...คนโง่...และบ้า อย่างน่าอาย
แต่ถ้าคุณพอใจ...จงรัก...และมอบความรักให้กับเค้า
แม้มันจะไม่กลับมาหาคุณก็ตาม
จงดีใจที่ได้รักซะวันนี้...ดีกว่าที่จะมานั่งเสียใจในวันหน้า
จงภูมิใจที่มีความใคร่...เสน่หา
เพราะมันจะไม่ย้อนกลับมาหาอีกต่อไป...


 

“ความรู้สึก Vs. ระยะห่าง” ระหว่างคน....
“ความรู้สึก Vs. ระยะห่าง” ระหว่างคน....

วันเวลาที่ผ่านมา ชั่วระยะเวลาหนึ่งของชีวิต
ผู้คนมากมายผ่านเข้ามา .........บางคนผ่านมาเพียงเพื่อจะผ่านไป

แต่กลับบางคนกลับไม่เป็นเช่นนั้น... จากคนแปลกหน้า
กลายเป็นคนรู้จัก คนคุ้นเคย ล่วงเลย ไปถึงกลายเป็นคนรักกัน

เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน
สถานภาพทางความรู้สึกของเราก็อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

บางคนยังคงความเป็นคนแปลกหน้า
ยังรักษาระยะห่างของการเป็นคนรู้จักคนคุ้นเคย
หรือ คนรักกันไว้ได้อย่างคงที่…

บางคน เปลี่ยนแปลงจากคนแปลกหน้า กลายเป็นคนคุ้นเคย…
จากคนเคยคุ้น กลายมาเป็น คนรักกัน ....

ทำลายระยะห่างของความรู้สึกให้สั้นลงอย่างรู้สึกได้ …
และเมื่อนั้น เรื่องราวดี ๆ สวยงามทางความรู้สึกจึงเกิดขึ้น ...

แต่ในทางกลับกัน...
ระยะห่างของบางคน อาจห่างไกลออกไปจนสุดหูสุดตา
จากคนเคยรัก คนเคยคุ้น ....กลายเป็นแค่คนเคยรู้จัก ...
กลายเป็นคนแปลกหน้าทางความรู้สึกไป ...

แน่นอนว่า ระยะห่างของคนรู้จัก กับ คนรัก ย่อมไม่เท่ากันเป็นแน่
แต่นั่นแหละ ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ...

ฉันเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของเวลา
พอ ๆ กับเชื่อในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึก...
ไม่มีมาตราวัดใด ๆ ที่จะใช้วัดระยะห่างของความรู้สึกได้
และระยะห่างในแต่ละสถานภาพทางความรู้สึกในแต่ละคนก็คงจะไม่เท่ากัน...

เราระบุชัดไม่ได้ว่า 1 เท่ากับ 1 ในความรู้สึกของอีกคน 1
ในความรู้สึกของคนหนึ่ง อาจจะเป็น 100 ในความรู้สึกของอีกคนก็เป็นได้ ...

และในเมื่อการคบหากันเป็นปฏิสัมพันธ์ของคนสองคน ....
เราจึงมองเห็นความไม่ลงตัว
เห็นระยะห่างที่ไม่เท่ากันของคนสองคนได้เสมอ…

กับคนบางคน เราอยากเป็นมากกว่าคนรู้จัก
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรามันสั้นลง
กับคนบางคน เราอยากเป็นน้อยกว่าที่เป็นอยู่ . .......
เราก็จะพยายามที่จะทำให้ระยะห่างของเรายาวไกลออกไป...

แต่กลับบางคนเรากลับอยากจะรักษา ระยะห่าง ตรงกลาง ไว้ให้คงที่
ไม่ให้ห่างหาย จางหนี หรือ เข้ามาใกล้จนเรารู้สึกอึดอัด....

เคยรู้สึกใช่ไหมว่า ...
ขณะที่เราเดินเข้าหา บางคนกลับกำลังเดินหนี
กับบางคนเรากำลังเดินหนี บางคนกลับเดินตาม…
กับบางคนเราก็ต้องการระยะห่างประมาณหนึ่ง ไม่ต้องใกล้มาก
แต่ไม่ต้องการห่างหายไปไหน...

ขณะที่บางคนวิ่งตาม ล้มลุกคลุกคลาน…
เจ็บปวดกับระยะห่างของอีกคนที่ทิ้งไว้ตรงหน้า

ขณะเดียวกันกับที่อีกคนก็วิ่งหนี
โดยไม่คิดจะหันกลับมามองความเจ็บปวดของอีกคน
อะไรก็เกิดขึ้นได้ กับความรู้สึกคน...
เหนื่อยแสนเหนื่อย ล้าแสนล้า ....
แต่สุดท้ายก็ยังพยายาม พยายามที่จะยื้อยุดฉุดดึงอยู่เช่นนั้น

บางคนปล่อยความรู้สึกของอีกคนไว้ บนความห่าง ห่างจนลับตา ...
ไม่เคยหันกลับมามองหรือรับรู้ความเป็นไปของอีกคน
ไม่เคยรับรู้ว่า ...
ระยะห่างที่เขาทิ้งไว้อีกคนมันสร้างความเจ็บปวดได้ประมาณไหน

แต่ก็มีบางคนที่เหนื่อยล้ากับระยะห่างที่พยายามรักษาไว้เพียงแค่นั้น
ไม่ต้องห่างไป แต่ เข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้ ...
ต้องการเพียงเส้นขนานที่ไม่มีทางมาบรรจบ …

การทำลายระยะห่างของคนสองคนอาจไม่ใช่เรื่องยาก
แต่ก็ไม่ได้ง่ายดายนักสำหรับอีกหลาย ๆ คน…
บางคนพยายามมาเกือบทั้งชีวิต....
ระยะห่างที่ว่าก็ยังคงห่างอยู่เช่นเดิม....

ขณะที่บางคนอยู่นิ่ง ๆ ไม่วิ่งหนี ไม่วิ่งตาม
ปล่อยทุกอย่างให้เป็นหน้าที่ของเวลา
ไม่เรียกร้องให้เกิดความคาดหวัง ไม่ปล่อยละเลยจนเหมือนชาเฉย…
ระยะห่างนั้นกลับขยับเข้ามาใกล้ราวปฏิหาริย์...

เอาใจช่วยสำหรับคนที่กำลังพยายามเดินเข้าหา...
ให้อีกคนหันกลับมามองบ้าง
ระยะห่างจะได้สั้นลง พยายามต่อไป
เพราะวันหนึ่งคุณอาจรู้สึกว่าความพยายามของคุณมิได้ไร้ค่า …

ร้องขอสำหรับคนที่กำลังเดินหนี
ให้หันกลับมามองความรู้สึกของอีกคนบ้าง
เพราะบางทีคุณอาจจะสูญเสียอะไรดี ๆ ไป
เพราะระยะห่างที่คุณทิ้งไว้ให้อีกคน

เห็นใจกับการรักษาระยะห่างให้คงที่สำหรับบางคน
เพราะบางทีมันก็ทรมานมากกว่า การพยายามเดินเข้าใกล้หรือห่างหนี...เสียอีก...

แล้วคุณ ๆ เล่า …
เคยนึกย้อนกลับมามอง ระยะห่าง ของคุณกับผู้คนรอบตัวกันบ้างไหม...

เคยรู้สึกไหมว่า…บางที ความห่างไกล
...กับ ระยะห่างของความรู้สึกเป็นกลับเป็นตัวแปรผกผันกัน

เคยรู้สึกได้ถึงระยะห่างทั้งที่ตัวอยู่ใกล้ๆ
หรือรู้สึกใกล้กันแล้วทางความรู้สึกทั้งที่ตัวอยู่แสนไกล กันบ้างไหม....

เคยคิดกันบ้างไหมว่า …
ระหว่างคนพยายามเดินหนี
คนที่พยายามเดินตาม
และคนที่พยายามยังไงระยะห่างกลับเท่าเดิม
คนไหนเจ็บปวดไปกว่ากัน...
 

1 septembre

^^ อะไรที่ทำให้เรามาเจ๊อะกาน

ถ้าเราไม่เกิดพ.ศ. นี้ ก็คงไม่ได้เป็นเพื่อนกะพวกแก ถ้าเราไม่เข้าโรงเรียนนี้เราก็คงไม่ได้เป็งเพื่อนกาน นั่นคือสิ่งที่คิดมาแต่แรก  แต่ว่า นี่ดิ  ถ้าไม่ไปวันนั้นนะ ก็ไม่ต้องเจออ่ะ  ไม่เจอก็ไม่ต้องทุกข์  ไปก็ทำงาน ทำงาน  ทำงาน  ทำงาน  ไม่คิดไร  แต่เจอและก็ทุกข์ ห้ามไม่ให้ทุกข์มันห้ามไม่ได้หว่ะ  55  สงสัยเป็นเวงเป็นกรรม  ตอนแรกว่าจะไม่ไปแล้ว คนนู้นขอ คนนี้ขอ และก็เลิกเร็ว ก็เลยไป พอดี มีธุระด้วยอ่ะ..ตอนเย็น แต่กลับเร็วก็เลยไป  ไปและก็ได้เรื่อง จากที่เคยกลับบ้าน สบาย ๆ ตอนนี้กลับบ้านแบบเซ็ง ๆ หว่ะ  ปวดหัว ปวดหัว  ....มันเป็นอะไรที่ทำให้เราต้องผูกพันกับคน ๆ นึง  พวกแก ๆ ด้วย และอะไรวะ ที่ทำให้เรามาเจ๊อะกัน   อยู่ ๆ ก็ดันรู้จัก  อ่าน แล้ว  ment กานหน่อย นะ นะ นะ
21 août

วันอาทิตย์

เมื่อวานไปเรียนคอมมา อ.จีจี้ สอนเร็วมากเลย ตามไม่ทัน จดก็เกือบไม่ทัน โห ยังมีเรื่องให้งง อีกแยะเลย กลับมาบ้านก็นั่งทำการบ้านสักพักและก็อ่านหนังสือเตรียมสอบต่อ   อ้วนมันเจอประกาศที่กระทรวง มันบอกว่าจาไปสอบเป็งครูแย้ว  มันเป็นอะไรที่มั่นคงหน่อย โห เลยไม่ได้ไปเสม็ดเลย ก็มันติดสอบอ่ะดิ เซ็ง ขาดหม.. ไป 1 โหแต่ยังมีอีกหลาย เมื่อคืนไอ้โรคจิตที่ไหนไม่รุ มิสคอลมา ตอนตี 1 / ตี 01.30 / และก็ตี 2  นอนไม่ได้เลย แถมรู้สึกว่าน่าจะเป็นเบอร์ PCT ซะด้วย เลยโทรกลับไปไม่ได้ โมโหสุด ๆ เช้ามาตาบวมเลย  ...เมื่อไหร่จาลงรูปได้ก็ไม่รู้  ...รินบอกทีเด่ะ  วันนี้ตอนดึกเล่นเน็ทไม่ได้ แต่เข้าไปก็คงไม่เจอ ..นอนกันหมด ..ก็โมเด็มเป็นไรไม่รู้อ่ะ
 
17 août

KwAnGviN

       โห เซ็งอ่ะ ทำตั้งนาน ยังทำไม่ได้เลยอ่ะ แอดรูปไม่ได้  เซ็งๆๆๆๆๆๆ  รินมันเลยบ่นเลย

 
Photo 1 sur 13
Autres albums (1)
La liste est vide.